สมัครเว็บบอล แอบฮา! “จ่าเย็น” เผยถ้ายิงไม่ได้ก็ไม่เหลืออะไรดีแล้ว

สมัครเว็บบอล

มงคล ทศไกร ปีกขวาทีมชาติไทยของ โปลิศ เทโร เผยเบื้องหลังสกิลเก่ง ในการวิ่งหาช่องเพื่อสอดเข้าทำประตู ระบุเคยเล่นกองหน้ามาก่อน และเป็นคนที่เลี้ยงบอลไม่เก่ง จึงต้องใช้ความกระหายในการซัดประตูเป็นเครื่องหมายการค้า ชี้ถ้ายิงประตูไม่ได้สไตล์อย่าง “จ่าเย็น” ก็ไม่เหลืออะไรดีแล้ว

ปีกขวาทีมชาติไทยวัย 30 ปี สมัครเว็บบอล ทำได้ 2 ประตูใน 3 เกมหลังสุด และกำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการประสานงานร่วมกับ อ่อง ตู และ มิชาเอล เอ็นดรี้ ในแนวรุกของทีม โปลิศ เทโร ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่าจุดเด่นของเขา ที่ถูกใจกุนซือทุกคนที่ร่วมงานด้วยคือการวิ่งหาพื้นที่และสอดขึ้นไปทำประตูในกรอบเขตโทษ

โดย “จ่าเย็น” เปิดเผยกับ THSPORT แบบติดตลกว่าสาเหตุที่ทำให้เป็นผู้เล่นจมูกไว เพราะเคยเล่นกองหน้ามาก่อนตั้งแต่สมัยเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด จึงมีความรู้สึกกระหายที่จะทำประตูให้ได้ นอกจากนี้หากผู้เล่นสไตล์แบบเขายิงประตูไม่ได้ ก็คงไม่มีอะไรดีแล้ว

“ถ้าผมยิงประตูไม่ได้ ก็คงไม่เหลืออะไรดีแล้วล่ะ จะให้ใช้ความเร็วเลี้ยงกินตัวหลอกกองหลังก็คงไม่ใช่ทางของเรา แต่ก่อนผมเคยเล่นกองหน้าไง เวลาลงเล่นมันก็มีความกระหายอยากยิงประตูให้ได้ทุกๆ เกม ก็เลยพยายามวิ่งหาช่องเข้าไปหน้าประตู ช่วงแรกๆ ตอนที่ สก็อตต์ คูเปอร์ จับผมไปเล่นแบ็กขวา ยอมรับว่าจังหวะผมหายไปเหมือนกัน คนอื่นก็เป็นเพราะเราเล่นบอลไดเร็คซะเยอะ แต่พอพี่อ้น (รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค) ปรับตำแหน่งให้ผมขึ้นมายืนปีก เราก็เริ่้มเป็นตัวเองมากขึ้น จังหวะมันค่อยๆ กลับมาเองแล้ว” จ่าเย็นกล่าว

สมัครเว็บบอล จาก คง วินห์ ถึง ชนาธิป : ปรากฎการณ์แข้งอาเซียนในเจลีก

สมัครเว็บบอล

ไฮไลท์สำคัญของเจลีกปี 2017 นั่นคือปรากฎการณ์ของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ แต่ก่อนหน้าเขาก็เคยมีแข้งจากอาเซียนมาโลดแล่นในเจลีกเช่นกัน

วันที่ 29 กรกฎาคม ปี 2017 สมัครเว็บบอล ผู้ชม 33,353 คน ที่ซัปโปโร โดม เข้าสนามเพื่อรอรับชมเกม J1 ระหว่าง คอนซาโดเล ซัปโปโร พบกับ อุราวะ เร้ดส์ แต่ไม่ใช่ผู้ชมในสนามเท่านั้น แฟนบอลจากอีกประเทศหนึ่งอย่างเมืองงไทยก็ต่างเฝ้าดูดูเกมนี้อย่างใจจดใจจ่อ

เพราะนี่คือการสัมผัสเกมระดับเจลีกครั้งแรกของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ นักเตะดีกรีทีมชาติไทย มีการแจกธงชาติไทยจำนวน 3 หมื่นผืนหน้าทางเข้าสนามก่อนเกมนี้ นับเป็นภาพที่หน้าตื่นตาตื่นใจมากที่ได้เห็นธงชาติไทยโบกสะบัดไปพร้อมกับธงเชียร์ของทั้งซัปโปโรและอุราวะ

ส่วนในพาร์ทของเกมการแข่งขัน ชนาธิป ก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียว แม้เขาจะรูปร่างเล็กด้วยความสูงเพียงแค่ 158 เซนติเมตร แต่ด้วยทักษะความคล่องตัว รวมถึงการเลี้ยงบอลที่ว่องไว ก็ทำให้เหล่าแนวรับของอุราวะปั่นป่วนได้เหมือนกัน นับเป็นการเปิดตัวในเจลีกครั้งแรกของ “เมสซีเจ” ที่ยอดเยี่ยม รวมถึงทำให้ผู้คนยอมรับในความสามารถของนักเตะชาวไทยอย่างรวดเร็ว

สมัครเว็บบอล

แต่ในปี 2017 นี้ ชนาธิป ไม่ใช่แค่แข้งจากอาเซียนเพียงคนเดียวในเจลีก เพราะยังมีทั้ง จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ ผู้กลายเป็นคนไทยคนแรกที่ยิงประตูได้ในเจลีกกับการลงเล่นในระดับ J3 กับเอฟซี โตเกียว U23, สิทธิโชค ภาโส กองหน้าดาวรุ่งจากคาโวชิมา ยูไนเต็ด

รวมถึงซูเปอร์สตาร์ของกัมพูชาอย่าง จัน วัฒนากา จากฟูจิเอดะ แต่นอกจากพวกเขาเหล่านี้แล้วนั้น เราจะพาไปย้อนดูเหล่าแข้งจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผู้เคยมาสัมฟผัสมนต์ลูกหนังแห่งแดนอาทิตย์อุทัยกัน

สมัครเว็บบอล

จุดเริ่มต้นแข้งอาเซียนในเจลีก เกิดขึ้นในปี 2013 เมื่อคอนซาโดเล ซัปโปโร ซึ่งเวลานั้นอยู่ในระดับ J2 ตัดสินใจดึงตัวกองหน้าซูเปอร์สตาร์ทีมชาติเวียดนามอย่าง เล คง วินห์ มาร่วมทีม แม้เขาจะย้ายมาเล่นเพียงแค่ช่วงฤดูกาลหลัง แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่นต้นการบุกเบิกที่ดีว่านักฟุตบอลจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็สามารถลงเล่นในเจลีกได้เหมือนกัน

หลังจากนั้นก็เริ่มแข้งจากอาเซียนหลั่งไหลเข้ามาค้าแข้งในเจลีกมากขึ้น โดยหลังจากดีลของ เล คง วินห์ ทำให้เจลีกตัดสินใจจัดตั้งกฎใหม่เพิ่มโควตาสำหรับแข้งจากอาเซียน ไปนอกเหนือจากโควตานักเตะชาติปกติ 3+1 ด้วย

โดยหลังจากการประกาศใช้กฎนี้ ในปี 2014 เวนต์โฟเรต์ โคฟุ ก็ตัดสินใจคว้าตัวกองกลางทีมชาติอินโดนีเซียอย่าง อิรฟาน บัชดิม มาเสริมทัพ (ก่อนย้ายไปคอนซาโดเล ซัปโปโรในปีต่อมา) รวมถึงในปี 2016 ดาวรุ่งชาวเวียดนามอย่าง เหงียน คง เฟีอง ก็ได้ย้ายมาเล่นให้ มิโตะ ฮอลลีฮอค นอกจากนี้ยังมี สเตฟาโน ลิลิปาลี แข้งลูกครึ่งดัตช์-อินโดนีเซีย ที่เคยมาอยู่กับคอนซาโดเล ซัปโปโรเช่นกันด้วยในปี 2014

ขณะที่ เซเรโซ โอซาก้า ก็ตัดสินใจจับมือเป็นพันธมิตรกับทีมดังแห่งโตโยต้า ไทยลีกอย่าง บางกอกกล๊าส โดยทางเซเรโซก็มีการส่งนักเตะให้บีจีมาใช้งานแบบยืมตัวทุกปี ส่วนสโมสรจากไทยก็ให้โอกาสเหล่าแข้งเยาวชนได้ไปฝึกปรือศาสตร์ลูกหนังกับทางเซเรโซเป็นการแลกเปลี่ยนกันด้วย จึงนับได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างชาติในอาเซียนกับเจลีกช่วง 2-3 ปีหลังมานี้นั้นถือว่าใกล้ชิดกันอย่างมาก

การเข้ามาของแข้งอาเซียนในเจลีก ทำให้เราได้เห็นถึงอิทธิพลนอกสนามที่มีมากมายเหลือเกิน โดยเมื่อย้อนไปช่วงที่ เล คง วินห์ ได้มาเล่นให้คอนซาโดเล ซัปโปโร ผมก็มีโอกาสได้สัมภาษณ์แฟนบอลชาวเวียดนามคนหนึ่ง ซึ่งเขาก็กล่าวด้วยความปลาบปลื้มและตื่นเต้นว่า “ผมดีใจมากที่ได้เห็น เล เล่นในเจลีกแบบสดๆ ทำให้ผมรู้สึกกับการดูฟุตบอลมากขึ้น”

ซึ่งผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าเขาจะสนุกถึงขั้นไหน แต่การได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา พร้อมกับภาพที่เขายืนปรบมือเชียร์ไปพร้อมกับแฟนบอลของซัปโปโรที่อัฒจันทร์หลังประตู ผมจึงรู้สึกยินดีอย่างมากที่ได้เห็นบรรยากาศแบบนี้ ซึ่งมาพร้อมกับการเข้ามาในเจลีกของแข้งจากอาเซียนมากขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่การเข้ามาของ ชนาธิป ไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มเรื่องของแฟนบอลเท่านั้น แต่ยังช่วยทางด้านการท่องเที่ยวอีกด้วย ทุกวันนี้เราจะได้เห็นชาวไทยเดินทางมาท่องเที่ยวยังเมืองฮอกไกโดจำนวนมาก รวมถึงแวะชมการฝึกซ้อมของทีมซัปโปโรด้วย พวกเขาต่างก็ยิ้มแย้มเมื่อได้ถ่ายรูปและใกล้ชิดกับดาวเตะขวัญใจอย่าง ชนาธิป

ซึ่งถ้าหากเขายังอยู่ในบ้านเกิด ด้วยความเป็นซูเปอร์สตาร์ก็ทำให้แฟนบอลอาจไม่ได้เข้าถึงตัวเขาง่ายดายขนาดนี้ก็ได้ แต่สำหรับที่ซัปโปโร ทุกคนสามารถพูดคุยกับ ชนาธิป ได้แบบเป็นกันเอง และเพื่อเป็นการรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ทำให้ตอนนี้ร้านอาหารในแถบสนามซัปโปโร โดม ก็เริ่มมีการใส่เมนูอาหารไทยเข้าไปด้วยเพื่ออำนวยความสะดวกแก่พวกเขากันแล้ว

นอกจากนี้หลังการย้ายมาของ ชนาธิป ในเดือนกรกฎาคม ก็มีทีมงานสื่อมวลชนจากไทยเดินทางมาเกาะติดทำข่าวของยอดนักเตะรายนี้อย่างใกล้ชิด โดยพวกเขาเช่าอพาร์ทเมนต์ที่ใกล้กับสนามซ้อม เพื่อความสะดวกรวดเร็วการรายงานข่าวส่งกลับไปยังประเทศไทย ทำให้บางวันอาจจะมีผู้สื่อข่าวไทยอยู่ในห้องแถลงข่าวมากขึ้นนักข่าวชาวญี่ปุ่นเองด้วยซ้ำ

แต่ด้วยความที่เมืองซัปโปโรจะมีอากาศหนาวจัดมากในช่วงหลังฤดูใบไม้ร่วง ทำให้ผมค่อนข้างเป็นห่วงการใช้ชีวิตของบรรดาสื่อมวลชนไทยที่มาจากประเทศอบอุ่น แต่ผมกลับทึ่งเมื่อพวกเขาตอบว่า “เมสซีเจสู้ได้ เราก็ต้องสู้ได้” การที่ผมได้พบกับนักข่าวชาวไทยเป็นประจำทุกวัน ถือเป็นประสบการณ์ล้ำค่าจริงๆ

บางคนอาจจะพูดภาษาอังกฤษได้ดี แต่บางคนก็ไม่เชี่ยวชาญการใช้ภาษาอังกฤษนัก ทำให้การสื่อสารอาจจะยากลำบากอยู่บ้าง กระนั้นก็นับเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากๆ ที่ได้เห็นปรากฎการณ์แบบนี้

หลังจากการเปิดตัวได้สวยหรูของ ชนาธิป ผมก็ได้เห็นข่าวคราวความคืบหน้าถึงเรื่องที่นักเตะไทยคนอื่นๆ ที่จะได้มาค้าแข้งในเจลีกในปี 2018 อยู่เหมือนกัน ทั้งล่าสุดที่ ธีรศิลป์ แดงดา ได้เซ็นสัญญากับซานเฟรชเช ฮิโรชิมา เรียบร้อยแล้ว รวมถึง ธีราทร บุญมาทัน ก็อยู่ในข่ายความสนใจของทีมใน J1 อีกด้วย

บางทีในอนาคตเราอาจจะได้เห็นแข้งไทยในเจลีกมากขึ้นกว่านี้ หรืออาจมีหลายคนมาเล่นร่วมทีมเดียวด้วยก็เป็นได้ จากการเปลี่ยนแปลงกฎล่าสุดในปี 2017 ที่แข้งจากอาเซียนสามารถมาเล่นในเจลีกแบบไม่จำกัดจำนวนได้แล้ว ผมมั่นใจว่าวงการฟุตบอลญี่ปุ่นต้องจับตามองพวกเขาเหล่านี้ให้ดี นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป

สมัครเว็บบอล

สมัคร MAXBET ไม่พลิกโผ! ซีดานคว้าโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปีฟีฟ่า

สมัคร MAXBET

กุนซือเรอัล มาดริด คว้ารางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมแห่งปีไปครอง แซงหน้าคู่แข่งอย่างคอนเต้, อัลเลกรี ไปได้

ซิเนดีน ซีดาน สมัคร MAXBET คว้ารางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมแห่งปี 2017 ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า)ไปครอง

กุนซือเรอัล มาดริด เป็นหนึ่งในสามคนสุดท้ายที่เข้าชิงรางวัลนี้ร่วมกับ อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีมเชลซี และ มักซิมิเลียโน อัลเลกรี เฮดโค้ชยูเวนตุส และเป็นผลงานการคว้าแชมป์ยูฟา แชมเปียนส์ลีก, ลา ลีกา, ยูฟา ซูเปอร์คัพ, สแปนิช ซูเปอร์คัพ ของนายใหญ่เฟรนช์แมนที่ส่งให้เขาคว้ารางวัลไปได้

สมัครเล่นบอล ฟุตบอลคือเพื่อน! แฟนดอร์ทมุนด์ทั่วเมืองเปิดบ้านให้แฟนโมนาโกเข้าพัก

สมัครเล่นบอล

แฟนบอลเสือเหลืองแสดงน้ำใจแก่กองเชียร์ทีมเยือนที่อาจประสบปัญหาเรื่องที่พัก หลังเหตุระเบิดที่ทำให้ต้องเลื่อนการแข่งขันมาแข่งในวันพุธนี้

แฟนบอลโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สมัครเล่นบอล ร่วมกันแสดงน้ำใจให้กองเชียร์โมนาโก ผู้มาเยือน หลังจากที่เกิดเหตุระเบิดใกล้รถบัสของทีมเสือเหลือง จนต้องเลื่อนการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ออกมาหนึ่งวัน

ก่อนเกมแชมเปี้ยนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก ระหว่างดอร์ทมุนด์และโมนาโกจะเริ่มขึ้น มีเหตุระเบิดข้างรถบัสของทีมเจ้าถิ่น ทำให้ต้องมีการตัดสินใจเลื่อนการแข่งขันนัดดังกล่าวเป็นวันพูธเพื่อความปลอดภัย

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้มีแฟนบอลทีมเยือนจำนวนมากจำเป็นต้องหาที่พักอีกหนึ่งคืนในเยอรมัน ซึ่งด้วยความร่วมแรงร่วมใจของแฟนบอลเจ้าถิ่น ทำให้มีการจัดแคมเปญ #bedforawayfans ทางโซเชียล มีเดีย เพื่อแสดงที่พักให้แฟนบอลโมนาโกที่ต้องการที่พักเพื่อชมเกมนัดนี้

สมัครเล่นบอล จับตาย! โค้ชเปรูมั่นใจลูกทีมจัดการเอริคเซนได้

สมัครเล่นบอล

นายใหญ่ทัพโลส อินคาส เชื่อมั่นว่าลูกทีมจะสามารถจัดการกับมิดฟิลด์ตัวเก่งของโคนมได้อยู่หมัด

ริคาร์โด้ กาเรก้า กุนซือ สมัครเล่นบอล ทีมชาติเปรู เชื่อมั่นว่าลูกทีมจะสามารถจะจัดการกับ คริสเตียน เอริคเซน กองกลางตัวเก่งของทีมชาติเดนมาร์กได้ในนัดเปิดสนามของกลุ่ม C

ดาวเตะจากท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์เป็นหัวใจในแนวรุกของทั้งสโมสรและทีมชาติ โดยทำได้ถึง 11 ประตูในรอบคัดเลือก จึงถือได้ว่าเป็นตัวอันตรายสำหรับเปรูในนัดแรกของฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย

“เห็นได้ชัดว่า เอริคเซน เป็นนักเตะคนสำคัญ เขาเป็นที่รู้จักกันดี เราจะต้องสามารถเผชิญหน้ากับผู้เล่นอย่างเขาได้” กาเรก้า บอกในงานแถลงข่าวก่อนเกม

“แต่เราก็มีผู้เล่นในระดับนั้น เขาไม่ใช่ผู้เล่นคนเดียวที่เราต้องให้ความสนใจ ผมคิดว่าการเผชิญหน้ากับผู้เล่นอย่างเขาจะทำให้เราได้พัฒนาและเรียนรู้”

ฟุตบอลโลกครั้งนี้ เปรูอยู่ในกลุ่มซีร่วมกับ ฝรั่งเศส, เดนมาร์ก และ ออสเตรเลีย โดยนัดเปิดสนามจะพบกับทัพโคนม ในวันที่ 16 มิุนายนที่จะถึงนี้